Tinder ชวนรู้จัก 5 สไตล์การสื่อสารที่ทำให้เดทได้ไปต่อ

Tinder ชวนรู้จัก 5 สไตล์การสื่อสารที่ทำให้เดทได้ไปต่อ

อ้างอิงจากรายงานการคาดการณ์เทรนด์การออกเดทปี 2569 ของ Tinder ส่องเทรนด์เด่นอย่างความชัดเจน (Clear-Coding) และการแสดงอารมณ์และความรู้สึก (Emotional Vibe Coding) ถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนโสดปัจจุบันได้สื่อสารกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้นรวมถึงการทำให้ทุกคนต่างรู้สึกปลอดภัย มีตัวตน และเชื่อมต่อกันได้อย่างแท้จริง

ด้วยสไตล์การสื่อสารที่แตกต่างกันของคนโสด Gen Z ไม่ว่าจะเป็นสายส่งสติกเกอร์ฮา ๆ ผ่าน DM หรือสายชอบโทรคุยสั้น ๆ ช่วงพักระหว่างวัน หรือสาย IRL ที่ชอบการเจอตัวจริง หรืออาจแชทไม่เก่ง แต่เจอกันแล้วมีแต่มู้ดดี ๆ เมื่อกฎ ขอบเขตและเวลาเข้ามามีบทบาท จึงทำให้เกิดรูปแบบการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทำให้โลกของการออกเดทสนุกและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

การเข้าใจสไตล์การสื่อสารในแบบของตัวเองได้กลายเป็นสกิลการออกเดทในยุคนี้ จากข้อมูลของ Tinder® พบว่า คนโสด Gen Z ไทยให้ความสำคัญกับการแชทเป็นลำดับต้น ๆ  โดยใช้เวลากับการแชทแทบทุกช่วงโมเมนต์ในแต่ละวัน ขณะที่สไตล์การสื่อสารแบบเจอหน้ากันดีกว่าเป็นลำดับถัดไป¹ โดยแอพหาคู่กลายเป็นวิธีที่คนโสดไทยใช้เชื่อมต่อกันในปัจจุบัน  88% Gen Z ไทยใช้งานแอพหาคู่ และอีก 97% ระบุว่าเคยมีความสัมพันธ์ที่มีความหมาย จากการ Match²

คุณแชท กัญญ์นัทธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ภาษากาย และจิตวิทยา ได้แนะนำ 5 สไตล์การสื่อสารที่เป็นเอกลักษณ์ของ Gen Z ได้แก่ คนชอบแชท, เจอหน้าดีกว่า, คุยโทรศัพท์, ชอบวิดีโอคอล และ คนไม่ค่อยแชท ที่จะช่วยให้เข้าใจสไตล์การแสดงความรัก พร้อมสังเกตสัญญาณเล็ก ๆ ที่ปลอดภัย (Green flags) และสัญญาณชวนเอ๊ะ (Red flags) สไตล์การสื่อสารที่เข้าใจ และ vibe ที่เข้ากัน อาจทำให้เสียงแจ้งเตือนเล็ก ๆ บนหน้าจอ นำไปสู่การเชื่อมต่อในชีวิตจริง

1) คนชอบแชท

สายรัวแชท

สายชอบแชทมักได้ใช้เวลาคิด ทบทวน และปรับแต่งข้อความ เพื่อส่ง vibe ที่ใช่ การแชทจึงเป็นเซฟโซนเพราะไม่มีช่วงเดดแอร์ที่ทำให้รู้สึกอึดอัด เปิดพื้นที่ให้คนกลุ่มนี้ได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง ในขณะที่การสื่อสารแบบเจอหน้ากันอาจทำให้รู้สึกอึดอัดเพราะการสื่อสารที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง การแสดงสีหน้า หรือภาษากาย

วิธีจูน vibe: “แทนที่จะรัวแชท หรือเขียนเรียงความยาว ๆ ตอนตี 2 ลองเช็คอินแบบสั้น ๆ แต่สม่ำเสมอในแต่ละวัน” คุณแชท กล่าวแนะนำ

สไตล์การแสดงความรักคำชื่นชมที่เฉพาะเจาะจง แทนที่จะพูดแค่ว่า “ดีจัง” ลองใช้คำว่า “เราชอบมุมมองของเธอกับหนังเรื่องนั้นสุด ๆ” ควบคู่ไปกับการใช้เวลาร่วมกัน คนกลุ่มนี้มักจะอินกับคำพูดที่อ่อนโยนและจริงใจ และการส่งแชทสม่ำเสมอ ๆ แม้เพียงไม่กี่คำจะช่วยสะท้อนถึงความใส่ใจและสร้างความรู้สึกเหมือนได้อยู่ด้วยกัน

สัญญาณชวนเอ๊ะ: เร่งรีบในความสัมพันธ์ (Love-bombing) หรืออยู่ ๆ ก็หายแบบไม่มีคำอธิบาย

สัญญาณปลอดภัยความสัมพันธ์พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับความใส่ใจ

2) เจอหน้าดีกว่า

ในแชทนิ่ง ๆ แต่เมื่อพบกันเอเนอร์จี้มาเต็ม

แม้ในแชทอาจดูนิ่ง ๆ ไม่มีสีสัน แต่คนกลุ่มนี้จะมีชีวิตชีวาที่สุดเมื่อใช้เวลาด้วยกันในชีวิตจริง ทั้งมุกตลก ๆ การส่งสายตาและเสน่ห์การเข้าสังคม การคุยผ่านแชทอาจเป็นเรื่องผิวเผิน แต่การพบเจอกันตัวต่อตัวคือพื้นที่เชื่อมต่อที่ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ที่แท้จริง

วิธีจูน vibe:  เคารพและให้ความสำคัญกับการนัดหมาย หรือมาก่อนเวลาขณะที่นัดเจออีกฝ่าย และที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ขณะใช้เวลาร่วมกัน

สไตล์การแสดงความรัก: การสัมผัสหรือสกินชิพเบา ๆ ควบคู่กับการใช้เวลาร่วมกัน และความสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญที่จะมัดใจคนกลุ่มนี้

สัญญาณชวนเอ๊: ไม่มาตามนัด หรือ “ขอเลื่อนนัด” ซ้ำ ๆ

สัญญาณปลอดภัย: ให้ความสำคัญกับการพบปะกัน และมาตามนัด

Asian Chinese couple tourist looking at Hong Kong cityscape at night from kowloon star avenue

3) คุยโทรศัพท์

ต้องได้ยินเสียงเท่านั้น

สายชอบคุยโทรศัพท์มักให้ความสำคัญกับเสียงหัวเราะ เสียงถอนหายใจ และตื่นเต้นไปกับน้ำเสียงของคุณเพราะตัวอักษรบนหน้าจอไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ และอาจจะเซ็งกับการรอคำตอบนาน ๆ เป็นชั่วโมงหรือเพียงแค่นาทีเดียวแม้จะเป็นคำถามง่าย ๆ เช่น “มื้อเที่ยงกินอะไร” คนกลุ่มนี้จะรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้ทันที

วิธีจูน vibe:  ถามอีกฝ่ายก่อนโทรหาทุกครั้ง ให้ความสนใจและไม่โฟกัสเรื่องอื่นขณะคุยกัน

สไตล์การแสดงความรัก: คำชื่นชมและการใช้เวลาร่วมกัน รวมถึงการสื่อสารผ่านเสียงเป็นกุญแจสำคัญที่สะท้อนถึงความใส่ใจ ถึงจะเป็นเพียงแค่ข้อความเสียงแค่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย จะช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมโยงกันแม้ไม่สะดวกโทรคุยแบบเรียลไทม์

สัญญาณชวนเอ๊ะ: โทรซ้ำติด ๆ กัน หรือคาดหวังให้อีกฝ่ายพร้อมรับสายตลอด 24 ชั่วโมง

สัญญาณปลอดภัย: ข้อความเช็คอินน่ารัก ๆ และเล่าเรื่องเล็กน้อยในแต่ละวัน ที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่ามีพื้นที่อยู่ในชีวิตประจำวันของกันและกัน

4) ชอบวิดีโอคอล

ได้เห็นหน้า คือใช่เลย

สายชอบวิดีโอคอลมักให้ความสำคัญกับความใกล้ชิดในทุกมิติ ตั้งแต่แววตาที่เป็นประกาย รอยยิ้มขณะหยอกล้อ รวมไปถึงการแสดงอารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แชทเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การเชื่อมต่อพร้อมกันทางคำพูด น้ำเสียงและมองเห็นอีกฝ่ายได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกถึงความผูกพันและใกล้ชิดกันมากที่สุด

วิธีจูน vibe: นัดหมายล่วงหน้าก่อนวิดีโอคอล เพื่อให้บรรยากาศดำเนินไปด้วยมู้ดเบา ๆ และเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าคุณจะสวมเสื้อฮู้ดตัวโปรด ห้องที่ไม่เป็นระเบียบ หรือมุมกล้องไม่เป๊ะก็ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญคือการใช้เวลาร่วมกันจริง ๆ

สไตล์การแสดงความรักคำชื่นชมเล็ก ๆ ควบคู่ไปกับการใช้เวลาร่วมกัน การสบตา รับฟังอย่างตั้งใจ และอยู่กับโมเมนต์ปัจจุบัน รวมทั้งการกระทำเล็กน้อยที่แสดงถึงความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมร่วมกันในขณะวิดีโอคอล เช่น ทำอาหาร หรือดูหนังไปพร้อม ๆ กัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความอบอุ่นถึงแม้จะไม่ได้อยู่ใกล้กัน

สัญญาณชวนเอ๊ะการเร่งหรือบังคับให้วิดีโอคอลขณะที่อีกฝ่ายยังไม่พร้อม และการเหม่อลอย โฟกัสสิ่งอื่น ๆ ไม่ใส่ใจระหว่างพูดคุย

สัญญาณปลอดภัย: ให้ความสนใจ สบตา รับฟัง และให้ความสำคัญกับโมเมนต์นั้นอย่างแท้จริง

young happy couple love and romantic at first date relationship. asian teenage woman surprise and smiling at boyfriend gives red rose flowers at dinner in valentine day. couple and happiness concept.

5) คนไม่ค่อยแชท

เมื่อความหมายซ่อนอยู่ใน (. . .)

สำหรับบางคนการทำความเข้าใจอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยแสดงออกหรือส่งสัญญาณที่ชัดเจนหากอีกฝ่ายตอบกลับช้า ตอบสั้น หรือเงียบหายไปเป็นช่วง ๆ  อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับคุณ อีกฝ่ายอาจจะค่อนข้างรักความเป็นส่วนตัว ยุ่งกับเรื่องงาน หรือแค่ไม่ถนัดคุยผ่านแชท คนกลุ่มนี้มองว่าแชทเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของความสัมพันธ์

วิธีจูน vibe: หยุดคิดหรือมโนไปก่อน ลองส่งอะไรน่ารัก ๆ เพียงวันละหนึ่งข้อความ หรือลองนัดแบบชัดเจน เช่น “อาทิตย์นี้ตอน 11 โมง อยากไปกินแพนเค้กด้วยกันไหม?” ถ้าอีกฝ่ายตอบตกลงและมาตามนัด นั่นแหละคือการแสดงความรัก

สไตล์การแสดงความรัก: คนกลุ่มนี้ไม่ใช่สายพิมพ์ยาว ๆ แต่มักให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกัน และใส่ใจกับการกระทำมากกว่าคำพูด คุณอาจสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาเมื่อได้อยู่ใกล้กัน

สัญญาณชวนเอ๊ทักซ้ำรัว ๆ หรือหายไปดื้อ ๆ แบบไม่มีคำอธิบาย

สัญญาณปลอดภัย: มาเจอตามนัด ถึงจะไม่ใช่สายรัวแชท

สิ่งควรรู้เพื่อกระชับความสัมพันธ์

คุณแชท กัญญ์นัทธ์ ยังแนะนำเพิ่มเติมว่า “สไตล์การสื่อสาร” ไม่ใช่แค่พียงความชอบส่วนตัวเท่านั้น แต่คือวิธีที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยเวลาเชื่อมต่อกับใครสักคน คู่ที่มีสไตล์คล้ายมักจะเข้ากันได้เร็ว สำหรับคู่ที่มีสไตล์แตกต่างกันก็ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้ หากทั้งสองฝ่ายพร้อมเปิดใจที่จะเรียนรู้ความแตกต่างของกันและกัน และการปรับจูนเข้าหากันจะทำให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

“ลืมไปได้เลยมนต์กุ๊กกู๋หรือคาถาวิเศษที่ต้องซ่อนไว้ใต้หมอน ทริคเดียวที่ได้ผลจริงคือ การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาบอกความต้องการของตัวเองให้ชัดเจน เปิดพื้นที่ให้อีกฝ่าย รวมถึงตั้งกติกาง่าย ๆ ร่วมกัน เมื่อจังหวะและ Vibe ตรงกัน ความสัมพันธ์ก็จะลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ สนุก และเต็มไปด้วยเอเนอร์จี้ดี ๆ ได้เป็นตัวหลักของเรื่องโดยไม่ต้องพยายาม”