ขับรถหน้าหนาวอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมวิธีการตรวจสอบรถก่อนเดินทางไกล

รู้ใจดอทคอม ขอนำเสนอเคล็ด (ไม่) ลับ ขับรถหน้าหนาวอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมวิธีการตรวจสอบรถก่อนเดินทางไกล

ขับรถหน้าหนาวอย่างไรให้ปลอดภัย เข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เราเชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่กำลังเตรียมขับรถเพื่อไปสัมผัสลมหนาวในจังหวัดต่างๆ ในช่วงวันหยุดยาวกันแน่นอน และการขับรถในช่วงที่อากาศหนาวเย็น ผู้ใช้รถมักประสบปัญหาพื้นถนนลื่นกว่าปกติ มีหมอกปกคลุมเส้นทาง ทัศนวิสัยไม่ชัดเจน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ Roojai.com อยากให้คุณมีความสนุกกับการเดินทาง ในทุกเส้นทางอย่างเต็มที่ จึงขอแนะนำ “วิธีขับรถหน้าหนาวให้ปลอดภัย” ที่จะช่วยให้การเดินทางในวันหยุดพักผ่อนของคุณเป็นไปด้วยความราบรื่น

ขับรถหน้าหนาวอย่างไรให้ปลอดภัย

1. ขับรถด้วยความเร็วพอเหมาะ – ตลอดระยะเวลาของการเดินทางช่วงหน้าหนาว มักจะมีหมอกปกคลุมมากกว่าปกติ และพื้นถนนอาจลื่นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนภูเขาสูง การขับด้วยความเร็วเกินไปจึงอาจทำให้ไม่ทันมองเห็นสิ่งกีดขวางข้างหน้า หรือรถที่กำลังขับสวนทางมา ซึ่งอาจเกิดการขับรถไปพุ่งชนหรือเบรคกะทันหันจนทำให้รถเสียหลักได้ ดังนั้นจึงควรขับรถด้วยความเร็วที่พอเหมาะเสมอ คือไม่เกิน 80 กม./ชม. หรือในกรณีที่หมอกลงจัดมาก ควรขับขี่ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. จะดีที่สุด เพราะหากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินขึ้น ก็ยังสามารถรับมือได้ทัน โดยไม่เกิดความเสียหายมากนั่นเอง

2. ใช้เกียร์ตามความเหมาะสม – ในแต่ละพื้นที่ จะมีความเหมาะสมกับการใช้เกียร์ที่แตกต่างกัน โดยพื้นที่ที่เป็นที่ราบตามปกติ ก็อาจจะขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 3 เกียร์ 4 แต่หากเป็นพื้นที่ลาดชันหรือเป็นโค้งของเขา ก็ควรเลือกใช้เกียร์ 1 หรือ 2 จะเหมาะที่สุด จริงอยู่ที่สามารถขับขี่รถด้วยเกียร์ไหนก็ได้ แต่จะดีกว่าไหม หากเราเลือกใช้เกียร์ตามความถูกต้อง เพราะสามารถเซฟความปลอดภัยได้ดีกว่านั่นเอง

3. ชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้ง พร้อมให้สัญญาณไฟ – โค้งเป็นจุดที่มักจะเกิดอุบัติเหตุจากการที่รถสวนมาชนกัน และการแหกโค้งมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว ที่หมอกลงจัดจนแทบจะมองไม่เห็นทางอยู่แล้ว Roojai.com ขอแนะนำให้คุณชะลอความเร็วลงก่อนจะถึงโค้ง และเปิดไฟให้สัญญาณ เพื่อให้รถที่สวนมาข้างหน้ารู้ว่ามีรถกำลังเข้าโค้งมาเหมือนกัน จะได้ระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้นนั่นเอง ที่สำคัญห้ามปลดเกียร์ว่างและเบรครถกะทันหันเป็นอันขาด เพราะทำให้รถเสียหลักแหกโค้งได้

4. จอดรถรอให้หมอกจางก่อน – หากหมอกลงจัดมากจนมองไม่เห็นเส้นทาง ทั้งบริเวณกระจกรถ และละอองฝ้าเกาะจนเป็นอุปสรรคต่อการขับขี่ คุณควรจอดรถรอให้หมอกจางลงก่อน โดยจอดให้ชิดริมทางเข้าไว้ พร้อมกับเปิดไฟหน้ารถ วิธีนี้จะช่วยป้องกันอันตรายได้ดีทีเดียว

 

หลังจากเตรียมความพร้อมให้กับคนขับเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมเตรียมความพร้อมให้กับรถยนต์ของคุณซึ่งถือเป็นตัวขับเคลื่อนคุณไปสู่จุดหมายปลายทางด้วย เพราะหากคนพร้อม และรถไม่พร้อม อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาเช่นกัน Roojai.com ขอแนะนำวิธี “วิธีเช็ครถก่อนเดินทาง” ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจก่อนออกเดินทาง

1. เช็คอุปกรณ์ให้พร้อม การออกเดินทางทุกครั้งจำเป็นที่จะต้องเช็คความพร้อม โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนั้น จำเป็นต้องเช็คอุปกรณ์ต่างๆ ให้ดี ที่สำคัญที่สุดคือ “ยางรถยนต์” หากคุณต้องเดินทางขึ้นเขาหรือขับรถไกลๆ ควรเช็คดอกยาง สภาพยางไปจนถึงการเช็คลมยางทุกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องเช็คเครื่องยนต์ต่างๆ ซึ่งถ้ารถของคุณเป็นรถใหม่ การเช็ครถตามระยะที่ศูนย์กำหนดก็สามารถช่วยได้ แต่ถ้ารถคุณใช้งานมานานแล้ว จำเป็นต้องเช็คให้ดีก่อนเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง หม้อน้ำ หรือน้ำยาแอร์ รวมถึงอุปกรณ์ไฟในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเบรก ไฟเลี้ยว ทุกชิ้นต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานที่สมบูรณ์ เพราะทัศนวิสัยของรถที่ดีย่อมช่วยลดอุบัติเหตุ

2. เช็คความพร้อมของอุปกรณ์ช่วยเหลือยามฉุกเฉิน – ภายในรถยนต์นั้นนอกจากอุปกรณ์สัมภาระต่างๆ แล้วยังมีสิ่งที่นักเดินทางทุกคนจำเป็นต้องมีนั่นก็คือ อุปกรณ์สำรองฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเช็คยางสำรอง อุปกรณ์ช่างสำหรับกรณีฉุกเฉิน และไฟฉาย เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าในระหว่างการเดินทาง จะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรขึ้นมาบ้าง ดังนั้นการเตรียมพร้อมไว้ก่อน จึงเป็นการปูรากฐานที่ดีให้กับตัวเอง และยังทำให้คุณท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจหายห่วง

3. เตรียมความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ – สิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่รถต้องระวังคือ เหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการเดินทางในฤดูหนาว หากมีหมอกหนาจัด จำเป็นต้องลดความเร็ว เปิดไฟ หรือไฟตัดหมอก หรือหากเกิดฝ้าไอน้ำในรถ ควรเปิดแอร์เพื่อไล่ฝ้า หรือเปิดกระจกไล่ฝ้าก่อน และปรับแอร์ไม่ให้โดนกระจก เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้กับการขับขี่ นอกจากนี้ระหว่างทาง หากคุณเจอสภาพอากาศที่แย่ ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ชัดเจน การเปิดไฟเพื่อให้สัญญาณไฟจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก

 

อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งเมื่อต้องขับขี่รถในเส้นทางไกลๆ ที่เราอาจไม่คุ้นทาง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังวางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนี้ ก็อย่าลืมทำตามคำแนะนำข้างต้น แล้วคุณจะขับขี่รถได้อย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง หรือหากคุณต้องการให้ทริปของคุณมีความอุ่นใจมากขึ้น เราขอแนะนำบริการแจ้งอุบัติเหตุผ่านแอพพลิเคชั่น “Roojai Mobile” ที่ใช้งานได้บนระบบปฏิบัติ Android และ iOS บริการดีๆ แบบนี้ให้คุณเป็นเจ้าของประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 Roojai.com ให้คุณผ่อนสบายๆ ด้วยเบี้ยประกันรถ ราคาเบาๆ สบายกระเป๋า ด้วย โปรโมชั่นผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 10 เดือน ผ่อนเริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเดือน ไม่บล๊อควงเงิน จ่ายได้ทั้งบัตรเดบิตและเครดิต ทุกธนาคารที่มีเครื่องหมาย Visa หรือ MasterCard พิเศษ สำหรับผู้ซื้อประกันชั้น 1 กับรู้ใจดอทคอมเป็นปีแรก รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน 500 บาท และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน กรณีรถเสียตลอด 24 ชม. อีกด้วย เช็คเบี้ยก่อนสตาร์รถได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ https://www.roojai.com/ โทรเลย 021172222

 

นอกจากนี้รู้ใจยังร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่ทรู โดยมอบสิทธิ์ให้กับลูกค้าทรูที่ช้อปประกันชั้น 1 กับรู้ใจในปีแรก รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 1,500 บาท* พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน กรณีรถเสียตลอด 24 ชม. ผ่านทางเว็บไซต์ www.roojai.com/trueyou โดยลูกค้าทรูสามารถรับโค๊ดได้ทางแอพพลิเคชั่น TrueYou หรือ กด *878*3328# โทรออก (ฟรี) โดยงานนี้ เพียงลูกค้าทรูที่สนใจเช็คเบี้ยประกันรถกับรู้ใจ ยังได้รับสิทธิ์รับกาแฟทรูคอฟฟรี่รสยอดนิยมฟรี ทั้ง 102 สาขาของทรูคอฟฟพี่ ทั่วประเทศไทยอีกด้วย

Comments

comments